Ads

Solution PM 2.5



จีน พลิก ‘ปัญหาฝุ่น PM 2.5′ เป็นโอกาส รับมือวิกฤตฝุ่นอย่างสร้างสรรค์ ครบทุกมิติ


ทางการจีนประกาศสงครามต่อสู้กับฝุ่น PM 2.5 โดยโฟกัสไปที่การลดมลพิษที่ปล่อยจากรถยนต์ในเมืองใหญ่ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลให้ดีขึ้น การตรวจสอบการปล่อยไอเสียให้ได้ตามมาตรฐาน

และด้วยการดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง ทำให้จีนซึ่งมีปัญหามลพิษติดอันดับต้นๆ ของโลก สามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในปี 2018 ลง 9.3%YOY เหลือ 39 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยใช้มาตรการหลักในการเพิ่มคุณภาพน้ำมันดีเซลให้ปล่อยซัลเฟอร์ได้ไม่เกิน 10 ppm จากเดิม 50 ppm

และล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2018 จีนได้ออก China VI emission standard กำหนดให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วางจำหน่ายในตลาดหลังเดือนกรกฎาคม 2021 จะต้องติดตั้งเครื่องกรองฝุ่นจากดีเซล (Diesel Particulate Filters: DPF) ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อย PM 2.5 จากรถบรรทุกได้มากถึง 82% ภายในปี 2030

ส่วนในเมืองใหญ่ของจีนได้ออกมาตรการลดมลพิษของตัวเองเช่นกัน เช่น ปักกิ่งห้ามรถบรรทุกดีเซลที่ไม่ผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียวิ่งเข้าถนนวงแหวนที่ 6 ของปักกิ่ง และกวางโจวกำลังพิจารณาห้ามรถบรรทุกต่างๆ วิ่งเข้าในตัวเมือง ส่วนรถอื่นๆ ให้ใช้ระบบป้ายทะเบียนเลขคู่-เลขคี่ ในวันที่มีการประกาศแจ้งเตือนมลพิษทางอากาศเข้าสู่ระดับสูงสุด เป็นต้น

ทางการจีนยังมีคำสั่งปิดเหมืองถ่านหินกว่า 1,000 แห่ง ในปี 2016 โดยส่วนใหญ่จะเป็นเหมืองขนาดเล็กและเหมืองที่เปิดมานาน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่ค่อยๆ ลดการใช้ถ่านหินของจีนลง

พัฒนาแอปพลิเคชันตรวจเช็คสภาพอากาศ มอนิเตอร์ไปที่ภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่ก็พบว่ามีปัญหา เพราะโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้ตรวจพบการกระทำผิด ผลในการบังคับใช้จึงไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่จำเป็นต้องทำ ต้องต่อสู้และรณรงค์เพื่อให้มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ และสามารถบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาวต่อไป

ยานยนต์ทางเลือกสำเร็จเด่นชัดในเมืองใหญ่อย่างเซินเจิ้น ที่มีการผลักดันให้ทุกภาคส่วนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งยกเครื่องรถบัสโดยสารให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEVs) ทั้งหมด ซึ่งเป็นต้นแบบให้เมืองอื่นๆ ดำเนินรอยตาม ขณะที่ยานยนต์ลูกผสมอย่างรถไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ก็กำลังหายไปจากท้องถนนในจีนอย่างรวดเร็ว



เกาหลีใต้ ประกาศสงครามกับฝุ่นพิษทุกทาง เทคโนโลยี นวัตกรรม ประชาชน Key success สู่ชัยชนะ


เริ่มจาก มาตรการห้ามรถยนต์ดีเซลรุ่นเก่าวิ่ง โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนในฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูที่ฝุ่นพิษหนาแน่นที่สุด และจำเป็นต้องใส่ใจคุณภาพอากาศเป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับการขึ้นภาษีรถใหม่ และปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินชั่วคราวเพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการนี้มีเหตุผลไม่ต่างกับที่ทางการจีนทำ

ขณะเดียวกัน รัฐสภาเกาหลีใต้ยังได้ผ่านร่างกฎหมายการจัดการมลพิษทางอากาศ หลังจากที่เกาหลีใต้เผชิญกับความรุนแรงจากมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM.10 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนมีการระบุว่า ปัญหา ฝุ่น PM.2.5 เป็น “หายนะของสังคม” และเป็นวาระสำคัญแห่งชาติที่ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชนจะต้องร่วมมือกันหยุดยั้งหายนะนี้ให้ได้
และมีอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทางเกาหลีใต้ ใช้สู้กับฝุ่น นั่นคือ นวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น โดรนพัฒนาโดยสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกอบไปด้วยกล้องวิดีโอและเซ็นเซอร์ที่สามารถจับและวัดปริมาณฝุ่นและก๊าซที่ผลิตจากโรงงานที่ผลิตเกินมาตรฐาน โดยทางเกาหลีมุ่งหวังใช้ในทั่วประเทศอย่างรวดเร็วที่สุดในช่วงต้นปีหน้า



รับมือฝุ่น PM.2.5 ในแบบฉบับของชาวยุโรป


กรุงลอนดอน จึงมุ่งมั่นในการเพิ่มจำนวนการใช้รถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และปรากฏข้อมูลว่าในช่วงสิ้นปี 2560 ที่ผ่านมา ลอนดอนกลายเป็นเมืองที่มีรถประจำทางไฟฟ้ามากที่สุดในยุโรป

เพราะขณะนี้ กรุงลอนดอนมีแผนงานว่าจะแปรสภาพรถประจำทางชั้นเดียวให้เป็นรถประจำทางพลังงานไฟฟ้าให้ได้จำนวน 300 คัน ภายในสิ้นปี 2563 เป็นอย่างช้า และจะแปลงรถประจำทาง 2 ชั้นทั่วทั้งกรุงลอนดอนให้กลายเป็นรถประจำทางพลังงานไฮบริด (พลังงานผสมระหว่างน้ำมันและไฟฟ้า)

ไม่เพียงเท่านั้น นายกเทศมนตรีลอนดอนได้ประกาศด้วยว่า ทางด่วนเส้นที่ 4 ของกรุงลอนดอนนั้นถือว่าเป็นทางด่วนเส้นแรกที่จะมีเลนสำหรับจักรยานเข้าสู่กรุงลอนดอน และช่วยเพิ่มการปั่นจักรยานได้ถึงร้อยละ 70

ที่เยอรมนี ไม่ใช่แค่ให้ประชาชนขึ้นรถสาธารณะฟรีในวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานเท่านั้น ยังมีการพิจารณาให้ประชาชนได้ใช้ฟรีตลอดไปอีกต่างหาก โดยล่าสุด Barbara Hendricks รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ตั้งใจจะผลักดันโครงการรถสาธารณะฟรีเพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศภายในปี 2018 นี้ โดยจะนำร่องใน 5 เมืองสำคัญ อย่างเมือง Bonn, เมือง Herrenberg, เมือง Reutilngen, เมือง Essen และเมือง Mannheim ซึ่งตอนนี้ วาระนี้กลายเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษให้กับเมือง โดยมุ่งหวังให้ประชาชนหันหลังให้รถส่วนตัวแล้วกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากที่สุด

นอกจากนั้น ในกรุงเบอร์ลิน ยังมีมาตรการอื่นเพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นพิษด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังเหมือนอีกหลายประเทศ โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา มีการสร้างจุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 400 จุด และมีการตั้งจุดสำหรับเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนให้กับรถยนต์อีก 4 จุด



Solutions PM 2.5
  1. การวางผังเมือง โซนนิ่ง จำกัดการสร้างมลพิษเพิ่ม ด้วยมาตรการภาษีเฉพาะกาล
    • ควบคุมการเผาเพื่อการเกษตรและไฟป่า
    • ควบคุมเขตอุตสาหกรรม
    • ควบคุมเขตคมนาคม และการใช้ยานพาหนะ สนับสนุนให้ใช้พล้ังงานทดแทน 
    • ควบคุม และสนับสนุนพลังงานทดแทน เพื่อการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 
    • ระบุอัตรามลพิษที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ ติดตามผลดำเนินการ
  2. กำแพงต้นไม้ เพื่อการฟอกอากาศภายนอกอาคาร
  3. การสร้างกำบังไม้เลื้อย และอุโมงค์น้ำตามอาคาร
  4. อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

Share on Google Plus

About freeaon

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น